2010/Feb/12

  หลังจากตัดสินใจลาออกจากมหาวิทยาลัยเก่าเพื่อสอบเข้ามหาวิทยาลัยใหม่ ชีวิตก็ค่อนข้างเคว้ง ๆ เหมือนกันครับ

สถานะตอนนี้

1.เครียด กุจะติดที่ไหนเนี่ย

2.ใจจริงอยากเข้า ม.กรุงเทพที่สุด มันดูไฮโซ ทันสมัย บรรยากาศน่าเรียน ที่สำคัญเพื่อนเยอะมาก

เพื่อน อษ. หลิว

เพื่อน ยอ.  ปอนด์ และอีกหลายคน....

 รุ่นพี่ : พี่แบงค์ พี่โจ๊ก พี่่... และอีกหลายคน

 3.ตอนนี้ไม่ขอเป็นน้ำเต็มแก้ว แต่จะเป็นแก้วว่าง ๆ (ที่สามารถรับความรู้ได้เยอะ)

 4.ไม่อยากเข้าราชภัฎ กลัวตกงาน! และอุปกรณ์มันก็ไม่พร้อมด้วย + แถมเด็กขี้เกียจ

 5.ไม่อยากเข้าราชมงคล ต้องไปอยู่กะเด็กเทคนิค น่ากลัว!  ไม่เอาแล้วอ่ะ

 6.ถ้าจะเอาแบบสังคมคุณภาพ มีแนวร่วม ให้เกรดยาก(จนเพื่อน ๆ พลอยต้องขยันไปด้วย)

  ต้อง ม.กรุงเทพ  เนี่ยแหล่ะ ไฮโซสุด ๆ

 7.ถึงเข้าไปจะแ่ก่กว่าเพื่อนปี 1 แต่ผมก็จะถ่อมตัว ไม่ทำตัวเบ่งเด็ดขาด ถือว่าเราเป็นรุ่นเดียวกัน
  (สมองและหน้าเราเด็กอยู่แล้ว  ไม่ต้องห่วง)

  8.เอาว่ะ ยอมกู้เรียนสัก 70000 * 4 = 280000 บาท (ตั้ง 15 ปีแหน่ะ คงใช้หนี้หมด)

  9.บางทีก็อยากเรียนที่เดิมต่อเหมือนกัน คิดถึงเพื่อน แต่ไม่ได้ ต้องเด็ดขาด!

10.จะปรับตัวเข้ากับเพื่อนได้ไหม(ได้สิ! ต้องได้)

11.อยู่ดีไม่ว่าดีมากู้เรียน หวั่น ๆ เสียว ๆ อยู่เหมือนกัน กลัวมันจะไม่สบายใจ

12.ควรตื่นเช้า ๆ กว่านี้เถอะ ออกกำลังกายด้วย ร่างกายจะได้แข็งแรง

13.หมดกับค่าสมัครไปเป็นพัน

14.ต้องดัดนิสัยเรื่องความขี้เกียจ และความกตัญญูต่อพ่อแม่

15.เพิ่งค้นพบต้นเองว่าถนัดงานด้านสื่อสารมวลชน และควรจะเลือกเอกภาพยนตร์

 

เสียดายเวลา เสียเพื่อน แต่ได้ประสบการณ์ชีวิตอย่างแรง!

 

 

 

edit @ 12 Feb 2010 12:45:37 by Dr.Puk Rose Lover

2009/Nov/28

  ไม่เอาครับ ผมจะเรียนนิเทศศิลป์เหมือนเดิมดีแล้วครับ เราจะต้องเลิศ เราจะต้องยิ่งใหญ่ครับ รอนจะเป็นบิกบอสที่ได้ปริญญา 2 ใบครับ ทั้งปริญญาทางโลก และปริญญาทางธรรมะพาชีวิตครับ ผมต้องเป็นผู้ชายที่แกร่งที่สู้ ที่ทะเยอทะยาน ที่เลิศ ที่เด่นเป็นสง่าราศี เหมือนเดิมครับ ปุ๊กไม่ยอมครับ รู้ละครับที่ชีวิตรอนไม่เข้มแข็งเพราะไม่อ่านธรรมะเยอะเหมือนแต่ก่อนนี่เองครับ เข้มแข็งแต่อ่อนโยนและวางโลกเป็นครับ ขอบคุณ Internet ครับที่ทำให้การเข้าถึงธรรมะเป็นเรื่องง่ายขึ้น

2009/Nov/28

         โดยเจ้าตัวได้กล่าวไว้ว่าถนัดงานด้านสื่อสารมวลชนมากกว่า "รอนรู็้้สึกว่าสิ่งที่รอนเรียนมันไม่ใช่ตัวตนที่แท้จริงของรอน มันไม่มีความสุข พอรอนมองย้อนชีวิตกลับไปก็ได้ค้นพบตนเองว่ารอนมีชีวิตที่โคจรอยู่กับงานสื่อสารมวลชน มีความสุขกับการพบปะผู้คน งานแสดง และข่าวสารรอบตัวมากกว่า"

บก.MaggY :  ทำไมเปลี่ยนชื่อจาก "ปุ๊ก" มาเป็น "รอน"  ค่ะ
       Ron   :  ก็มันมาจากคำว่า  IRON ครับ มันแปลว่าเหล็ก มันหมายถึงความแข็งแกร่งและมีจุดยืนครับ มันเป็นสิ่งที่ผม    เคยมีและขาดหายไปครับ  ผมอยากจะดึงมันกลับมาครับ เลยแก้เคล็ดเอามาตั้งชื่อให้คนเรียกและตอกย้ำมันบ่อย ๆ ครับ

บก.Maggy  :  แล้วทำไมแต่ก่อนนี้เลือกเรียนนิเทศศิลป์ค่ะ
       Ron    :  รอนอยากทำ CG visual Effect ครับ แต่พอเรียนจริง ๆ จึงรู้ว่าความอยากและความถนัดมันสวนทางกันครับ

บก.Maggy : ไม่กลัวคนเขาจะมองว่าเป็นคนจับจด เหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อหรอค่ะ
         Ron : โอ้ คุณ Maggy นี่ นอกจากจะสวยแล้วยังถามตรงตอบตรงถึงลูกถึงคนดีจังนะครับ เรื่องนั้นผมต้องไม่แคร์ครับ ถ้าผมมัวแต่แคร์อยู่ ผมคงเรียนสื่อสารมวลชนไม่ได้ แต่เรื่องจับจดนั้นผมเป็นมานานแล้วครับ ผมเคยเป็นเด็ก Hyper ครับ บางทีก็ทำอะไรก็ไม่เป็นชิ้นเป็นอันหรอกครับ แต่ชอบหาโน่นหานี่ทำไปเรื่อย ๆ คนเรามันจะชนะมันจำเร็จไปทุกอย่างคงไม่ได้ครับ บางอย่างเราก็ต้องยอมยกธงขาวยอมแพ้ ก็คือ รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย ไงครับ

บก. Maggy : ไม่กลัวเสียเงิน เสียเวลาหรอค่ะ
          Ron : ที่จริง Ron ก็สงสารพ่อแม่นะครับที่อุตส่าห์ส่งเรียนมาตั้ง 1 ปี แต่ Ron เองคิดว่าเป็น 1 ปีที่ทำให้ Ron เองเห็นตัวเองอย่างชัดเจนว่าชอบอะไร และถนัดอะไร อีกยังได้เรียนรู้ชีวิตการเป็นเด็กมหาวิทยาลัยอีกด้วยครับ
Ron คิดว่า
เป็นสิ่งที่ได้มากกว่าเสียนะครับและอีกอย่างถ้าฝืนเรียนไปอย่างไม่มีความสุข งานก็จะออกมาอย่างไม่มีคุณภาพ
ไม่คุ้มค่าแน่ ๆ ครับ สู้เอาความถนัดของตนเองออกมาใช้อย่างคุ้มค่าดีกว่าครับ

บก. Maggy  : แล้วจะกลับมาเยี่ยมมหาวิทยาลัยเดิมไหม แล้วจะทำอะไรต่อ
          Ron  : กลับมาแน่ ๆ ครับ เพราะเหมือนเป็นที่ ๆ ที่สร้างความเป็นผู้เป็นคนอีกสถานที่นึงก็ว่าได้ครับ แต่ Ron อยากฝากผลงานเป็นหนังสั้นเอาไว้ก่อนออกดจากที่นี่ครับ


edit @ 28 Nov 2009 13:21:10 by Dr.Puk Rose Lover